การจัดการขยะอาจเริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัวอย่าง “การทิ้งให้ถูกถัง” แต่สำหรับนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ภายใต้โครงการ Community Engagement Program (CEP) รุ่นที่ 2 ทีม M11 ปัญหาขยะในพื้นที่สถานีรถไฟศาลายาและชุมชนตลาดเก่าศาลายาได้กลายเป็นโจทย์ให้พวกเขา ร่วมกันออกแบบแนวทางแก้ไขที่เชื่อมโยงตั้งแต่การคัดแยกขยะ การนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ ไปจนถึงการสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน จนเกิดเป็นโครงการ “สถานี-ตลาดเก่าสะอาดตา ชุมชนศาลายาสะอาดใจ โครงการถังแยกชวนทิ้ง ถังหมักชวนทำ ผ่านการร่วมมือกันของชุมชน”
การลงพื้นที่สำรวจและทำความเข้าใจบริบทของพื้นที่ พบว่า สถานีรถไฟศาลายาและชุมชนตลาดเก่าศาลายามีประชาชนและผู้โดยสารสัญจรผ่านกว่า 2,500 คนต่อวัน ทำให้มีขยะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การคัดแยกขยะยังไม่ทั่วถึง ส่งผลให้ขยะรีไซเคิลสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่า ส่วนขยะเปียกและเศษอาหารที่ปะปนกับขยะประเภทอื่นอาจก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และปัญหาด้านสุขอนามัย
จากโจทย์ดังกล่าว ทีม M11 จึงไม่ได้มองขยะเพียงในฐานะสิ่งที่ต้องนำไปกำจัด แต่เลือกมองหาโอกาสในการนำทรัพยากรเหล่านี้กลับมาใช้ประโยชน์ โดยออกแบบทั้งเครื่องมือและกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้การจัดการขยะเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นทาง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่สามารถดำเนินต่อได้ในชุมชน
หนึ่งในผลงานที่เกิดขึ้นคือ “ถังขยะน่าทิ้ง” ซึ่งนักเรียนออกแบบและผลิตขึ้นเพื่อรองรับขยะ 3 ประเภท ได้แก่ ขยะเปียก ขวดพลาสติก และกระป๋องอะลูมิเนียม โดยใช้วัสดุใสเพื่อให้สามารถมองเห็นประเภทขยะภายในได้อย่างชัดเจน พร้อมออกแบบข้อความและคำอวยพรมงคลเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้งานอยากมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะ
นอกจากการสร้างเครื่องมือ ทีม M11 ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจร่วมกับคนในพื้นที่ ผ่านกิจกรรมเวิร์กช็อปเกี่ยวกับการคัดแยกขยะ โดยนำเกมบิงโกและเกมดาวินชีมาประยุกต์ใช้ เพื่อเปลี่ยนการเรียนรู้เรื่องการคัดแยกขยะให้เป็นกิจกรรมที่สนุก เข้าถึงง่าย และนำไปใช้ได้จริง
อีกหนึ่งแนวทางสำคัญคือ การจัดการขยะเปียกและเศษอาหารให้กลับคืนสู่ระบบการใช้ประโยชน์ ผ่านการอบรมทำ “ถังหมัก Green Cone” โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชาตรี ฤทธิ์ทอง จากอุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้แก่ชุมชน เพื่อให้แต่ละครัวเรือนสามารถจัดการขยะอินทรีย์ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง และเปลี่ยนเศษอาหารให้กลายเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในการปลูกพืช
จากการเรียนรู้ สู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
การดำเนินโครงการร่วมกับชาวบ้านในชุมชนจำนวน 15 ครัวเรือน รวม 30 คน ทำให้เกิดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างความรู้กับการลงมือปฏิบัติจริง โดยหลังเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เข้าร่วมมีความรู้ด้านการคัดแยกขยะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนให้เห็นว่าการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ชุมชนได้ทดลองและลงมือทำด้วยตนเอง สามารถนำไปสู่การปรับเปลี่ยนความรู้และความเข้าใจในการจัดการขยะได้
ในด้านการจัดการขยะ ชุมชนสามารถคัดแยกขยะเปียกเพื่อนำไปทำปุ๋ยหมักได้ประมาณ 15 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ และรวบรวมขยะรีไซเคิลได้ประมาณ 2 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ โดยขยะรีไซเคิลที่รวบรวมได้ถูกนำไปจำหน่าย และเปลี่ยนเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับจัดซื้อดินและเมล็ดพันธุ์พืช
ขณะเดียวกัน ปุ๋ยหมักที่ได้จากขยะอินทรีย์ยังถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ โดยทดลองใช้กับแปลงปลูกมะเขือบริเวณสถานีรถไฟศาลายา ซึ่งพบว่าพืชที่ได้รับปุ๋ยมีการเจริญเติบโตและให้ดอกผลดีกว่าพืชที่ไม่ได้รับปุ๋ย สะท้อนให้เห็นถึงการนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์และสร้างคุณค่าต่อเนื่องภายในพื้นที่
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้สะท้อนเพียงปริมาณขยะที่ลดลง แต่แสดงให้เห็นถึงการสร้างวงจรการใช้ทรัพยากรภายในชุมชน ตั้งแต่การคัดแยกวัสดุรีไซเคิลเพื่อนำไปสร้างมูลค่า ไปจนถึงการเปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้เป็นปุ๋ยและนำกลับมาใช้ในการเกษตร ขณะที่ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานในภาพรวมอยู่ในระดับสูง ด้วยคะแนนเฉลี่ย 4.92 จาก 5 คะแนน
ส่งต่อเครื่องมือและองค์ความรู้ ให้ชุมชนเดินหน้าต่อ
สำหรับทีม M11 เป้าหมายของโครงการไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อกิจกรรมของนักเรียนจบลง แต่คือการทำให้ชุมชนสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้และเครื่องมือที่ได้รับไปดำเนินการต่อได้ด้วยตนเอง นักเรียนจึงได้ส่งมอบถังแยกขยะจำนวน 3 ถัง และถังหมัก Green Cone สำหรับครัวเรือนจำนวน 30 ถัง ให้แก่ชุมชนและสถานีรถไฟศาลายา
ในการนี้ กำนันวสุ ปริยพานิช กำนันตำบลศาลายา และคุณเขต พวงทอง นายสถานีรถไฟศาลายา ร่วมรับมอบและรับช่วงดูแลการดำเนินงาน เพื่อให้แนวทางการจัดการขยะที่พัฒนาร่วมกันสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง และต่อยอดสู่การพัฒนาสถานีรถไฟศาลายาและชุมชนตลาดเก่าให้เป็นต้นแบบด้านการจัดการขยะอย่างยั่งยืน
จาก “การทิ้งให้ถูกถัง” สู่การเปลี่ยนขยะให้กลับมาเป็นทรัพยากร โครงการของทีม M11 จึงเป็นมากกว่าการแก้ปัญหาขยะในพื้นที่ แต่เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกับชุมชน ตั้งแต่การศึกษาปัญหา ออกแบบแนวทาง ทดลองและวัดผล ไปจนถึงการส่งต่อให้ชุมชนสามารถดูแลต่อได้ด้วยตนเอง
ท้ายที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นจากโครงการไม่ใช่เพียงพื้นที่ที่สะอาดขึ้น แต่คือการที่คนในชุมชนมีความรู้ เครื่องมือ และแนวทางในการจัดการทรัพยากรของตนเองเพิ่มขึ้น พร้อมต่อยอดสู่การสร้างชุมชนที่สามารถจัดการขยะและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าได้อย่างต่อเนื่อง
คณะทำงาน CEP (ข้อมูล/ภาพ)
ศูนย์พัฒนาสื่อดิจิทัล (เรียบเรียง)



















