นักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ในโครงการ Community Engagement Program (CEP) รุ่นที่ 2 กลุ่ม M05 ดำเนินโครงการ “วันเดียวเที่ยวแหลมบัว Laem Bua One Day Trip” เพื่อร่วมยกระดับผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชนแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างและเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน โดยนำความรู้และทักษะด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้กับบริบทจริง พร้อมร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัวและวิสาหกิจชุมชนแหลมบัว พัฒนาช่องทางประชาสัมพันธ์และพื้นที่ศูนย์กลางรวบรวมผลิตภัณฑ์จากทั้ง 8 หมู่บ้าน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าและเรื่องราวของชุมชน ตลอดจนขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ผลิตในพื้นที่
ชุมชนแหลมบัวประกอบด้วย 8 หมู่บ้าน มีผลิตภัณฑ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์หลากหลาย อาทิ งานแกะสลักกะลามะพร้าว เครื่องเบญจรงค์ ปลาดุกเค็ม ดอกไม้ประดิษฐ์ ขลุ่ยปลา ปลากัด ทองม้วน ฟาร์มเห็ด ไข่เค็มสมุนไพร งานจักสาน และผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ โดยมีการรวมกลุ่มผู้ผลิตภายใต้วิสาหกิจชุมชนแหลมบัว อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ของนักเรียนพบว่า ผลิตภัณฑ์ของชุมชนยังเป็นที่รู้จักในวงจำกัดและส่วนใหญ่จำหน่ายผ่านการบอกต่อ ขณะที่ผู้ผลิตจำนวนมากเป็นผู้สูงอายุและยังมีข้อจำกัดในการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อประชาสัมพันธ์และทำการตลาด นอกจากนี้ ชุมชนยังขาดพื้นที่ส่วนกลางสำหรับรวบรวม จัดแสดง และจำหน่ายสินค้าจากทั้ง 8 หมู่บ้าน
จากปัญหาดังกล่าว นักเรียนกลุ่ม M05 จึงออกแบบโครงการ “วันเดียวเที่ยวแหลมบัว Laem Bua One Day Trip” โดยมุ่งพัฒนาทั้งช่องทางการสื่อสารและโครงสร้างพื้นฐานด้านการกระจายสินค้า ผ่านการจัดทำเว็บไซต์แผนที่ท่องเที่ยว (Website Map) สื่อประชาสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ อาทิ Facebook และ TikTok รวมถึงป้ายไวนิลและป้ายจุดท่องเที่ยว เพื่อช่วยนำเสนอผลิตภัณฑ์ แหล่งท่องเที่ยว และเรื่องราวของชุมชนให้เข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้ใช้งานสื่อออนไลน์ได้มากขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนการจัดตั้งแลนด์มาร์กและศูนย์กลางกระจายสินค้าชุมชน ณ ตลาดชุมชนวัดทุ่งน้อย ซึ่งทำหน้าที่เป็นพื้นที่รวบรวมและนำเสนอผลิตภัณฑ์จากทั้ง 8 หมู่บ้านในจุดเดียว
การดำเนินงานเริ่มจากการสำรวจบริบทและความต้องการของชุมชน ก่อนวางแผนและพัฒนาแนวทางการดำเนินโครงการ โดยนักเรียนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูล สัมภาษณ์ผู้ผลิต บันทึกภาพและวิดีโอผลิตภัณฑ์ รวมถึงประสานงานกับองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัวและวิสาหกิจชุมชนแหลมบัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเข้ารับคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ครั้ง และลงพื้นที่จริงรวม 5 ครั้ง
ระหว่างการดำเนินงาน นักเรียนได้ปรับรูปแบบการทำงานให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ โดยเฉพาะการสื่อสารกับผู้ผลิตซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทีมงานจึงเน้นการพูดคุยและเก็บข้อมูลในรูปแบบที่เป็นกันเอง พร้อมสังเคราะห์ข้อมูลจากการลงพื้นที่ให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อนำไปใช้ในการออกแบบสื่อที่เหมาะสมกับทั้งผู้ผลิตและกลุ่มเป้าหมาย นอกจากนี้ ยังบริหารจัดการกระบวนการทำงานให้เหมาะสมกับขอบเขตพื้นที่ซึ่งครอบคลุมถึง 8 หมู่บ้าน เพื่อให้การรวบรวมข้อมูลและการนำเสนออัตลักษณ์ของชุมชนมีความครอบคลุมมากที่สุด
ผลการดำเนินโครงการทำให้ชุมชนแหลมบัวมีสื่อประชาสัมพันธ์และเครื่องมือสื่อสารรูปแบบใหม่ ได้แก่ เว็บไซต์แผนที่ท่องเที่ยว สื่อประชาสัมพันธ์บนสื่อสังคมออนไลน์ ป้ายไวนิล และป้ายจุดท่องเที่ยว ตลอดจนมีการจัดตั้งศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าบริเวณตลาดชุมชนวัดทุ่งน้อย ซึ่งช่วยเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์จากทั้ง 8 หมู่บ้านเข้าด้วยกัน พร้อมเพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงสินค้าและเรื่องราวของชุมชนได้สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากผลลัพธ์ด้านสื่อและพื้นที่แล้ว โครงการยังนำไปสู่การสร้างความร่วมมือระหว่างนักเรียน สมาชิกวิสาหกิจชุมชน และองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัว โดยมุ่งให้เครื่องมือ และสื่อที่พัฒนาขึ้นสามารถส่งต่อให้ชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่นำไปใช้ ปรับปรุงข้อมูล และบริหารจัดการได้ด้วยตนเองในระยะยาว อันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างกลไกที่ช่วยให้ชุมชนสามารถสื่อสารอัตลักษณ์ของตนเอง ขยายช่องทางการตลาด และต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชนได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
จากแนวคิดที่นักเรียนกลุ่ม M05 ร่วมออกแบบและพัฒนากับคนในชุมชน กำลังถูกต่อยอดสู่กิจกรรมจริงภายใต้ “วันเดียวเที่ยวแหลมบัว” โดยเริ่มเปิดตลาดชุมชนวัดทุ่งน้อยตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2569 เป็นต้นไป ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.00–16.00 น. เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสวิถีชีวิตและผลิตภัณฑ์ของชุมชนแหลมบัวอย่างใกล้ชิด ภายในตลาดมีทั้งอาหารและขนมจากฝีมือคนในชุมชน ผักสดและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ปลาสวยงาม ไม้ดอกไม้ประดับ ตลอดจนงานฝีมือและสินค้าจากทั้ง 8 หมู่บ้าน พร้อมกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น นับเป็นการต่อยอดผลงานจากกระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนไปสู่การสร้างพื้นที่และกิจกรรมที่เกิดขึ้นจริงในชุมชน
การดำเนินโครงการของนักเรียนกลุ่ม M05 ภายใต้ Community Engagement Program (CEP) รุ่นที่ 2 จึงสะท้อนการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง โดยนักเรียนได้ศึกษาบริบทและทำความเข้าใจปัญหาของชุมชน ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและออกแบบแนวทางแก้ไขให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ตลอดจนนำองค์ความรู้และทักษะที่มีมาพัฒนาเป็นผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยมีครูที่ปรึกษาโครงการให้คำแนะนำตลอดกระบวนการดำเนินงาน ขณะเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของการเรียนรู้จากพื้นที่ ซึ่งไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างผลงานให้เสร็จสิ้น แต่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจผู้คนและบริบทของชุมชน เพื่อออกแบบแนวทางที่สามารถนำไปใช้และต่อยอดได้จริง ทั้งนี้ เป้าหมายของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างสื่อประชาสัมพันธ์หรือพื้นที่ศูนย์กลางแห่งใหม่ให้แก่ชุมชน หากแต่ยังมุ่งสร้างเครื่องมือและแนวทางที่ชุมชนสามารถนำไปต่อยอด บริหารจัดการ และพัฒนาให้เกิดประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
เมธชวิน อินธิไชย, สิริรัตน์ พงศ์พิพัฒนพันธุ์ (ข้อมูล/ภาพ)
ศูนย์พัฒนาสื่อดิจิทัล (เรียบเรียง)















