โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์จัดพิธีแสดงความยินดีแก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เนื่องในโอกาสสำเร็จการศึกษา ในงาน “วันเกียรติยศ” ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2569 ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่น เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ และสะท้อนความสำเร็จของนักเรียนตลอดระยะเวลาการศึกษา
ในโอกาสนี้ โรงเรียนได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมแสดงปาฐกาพิเศษ โดยถ่ายทอดวิสัยทัศน์เชิงยุทธศาสตร์ต่อบทบาทของนักเรียนในฐานะ “หน่ออ่อนของนักวิทยาศาสตร์” และ “กำลังสำคัญของประเทศ” พร้อมเน้นย้ำว่า ในบริบทที่ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนา การยกระดับศักยภาพของชาติจำเป็นต้องอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นกลไกหลัก นักเรียนจึงไม่ควรเป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่ต้องก้าวสู่การเป็นผู้สร้าง
สาระสำคัญของปาฐกถายังชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าผู้เรียนจะเลือกศึกษาต่อในสาขาใด การรักษา “วิธีคิดแบบนักวิทยาศาสตร์” การตั้งคำถาม การคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และการเปิดรับองค์ความรู้ใหม่อย่างต่อเนื่อง คือรากฐานสำคัญของการสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศ พร้อมทั้งเน้นย้ำแนวคิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยมอง “ความรู้” มิใช่เพียงเครื่องมือ หากแต่เป็นคุณค่าที่ต้องแสวงหาและต่อยอดอย่างไม่สิ้นสุด
ต่อจากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ ประธานกรรมการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้กล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมชื่นชมความสำเร็จที่เกิดจากความมุ่งมั่นและศักยภาพของนักเรียน ซึ่งไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว หากยังเป็นความหวังสำคัญของประเทศในระยะยาว โดยเน้นย้ำว่า ไม่ว่านักเรียนจะก้าวไปสู่เส้นทางวิชาชีพใด สิ่งสำคัญยิ่งคือการนำทักษะการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลในแบบนักวิทยาศาสตร์ไปปรับใช้ พร้อมทั้งหล่อหลอมจิตสำนึกด้านมนุษยศาสตร์ เพื่อพัฒนาตนเอง ครอบครัว และสังคมโดยรวม อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนระบบวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
พร้อมกันนี้ ยังได้ให้ข้อคิดในการนำองค์ความรู้และทักษะกระบวนการคิดไปต่อยอดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับตัวได้อย่างเท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต
สำหรับปีการศึกษา 2568 โรงเรียนได้มอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนที่สำเร็จการศึกษา จำนวน 236 คน พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติในสาขาต่าง ๆ ได้แก่ นักเรียนดีเด่นด้านผลการเรียนยอดเยี่ยม นักเรียนดีเด่นด้านวิชาการ (ทั้งประเภทผลการเรียนและโอลิมปิกวิชาการ) นักเรียนดีเด่นด้านโครงงานวิทยาศาสตร์ นักเรียนดีเด่นด้านบำเพ็ญประโยชน์ และนักเรียนดีเด่นด้านการเสียสละและทำคุณประโยชน์ให้แก่โรงเรียน โดยรางวัลสูงสุด “นักเรียนดีศรีมหิดล” ประจำปีนี้ ได้แก่ นายธนนนท์ คินธร นักเรียนชั้น ม.6/4 และ นายอัยยา สุทธิกุลบุตร นักเรียนชั้น ม.6/7
รองศาสตราจารย์ ดร.พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ได้มอบปัจฉิมโอวาทให้กับนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ รุ่นที่ 33 มีใจความสำคัญว่า
“ขอให้นักเรียนทุกคนมองไปรอบตัว และบันทึกภาพความทรงจำนี้ไว้ ทุกคนที่มาอยู่ที่นี่ ภูมิใจและเชื่อมั่นว่าน้อง ๆ จะออกไปเป็นผู้นำที่ดี เป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่จะนำพาให้ประเทศนี้ เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างมีอารยะ เป็นประเทศที่รักษาคุณค่าขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของประเทศไว้ได้ และที่สำคัญเป็นประเทศที่สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีของตัวเองได้ในทุกด้าน
ตลอดเวลาที่น้อง ๆ มาอยู่ที่นี่ 3 ปี โรงเรียนพยายามที่จะสร้างให้น้องเป็นแม่ทัพทางนวัตกรรมให้กับประเทศ เป็นแม่ทัพที่เก่งอย่างสมดุล ละมุนไปด้วยความอ่อนน้อม แล้วก็พร้อมที่จะเป็นบุคคลที่โลกปรารถนา ความเก่งกาจทางวิชาการและความเป็นเลิศทางวิชาการ คือ ดีเอ็นเอ ของน้อง ๆ ทุกคนอยู่แล้ว แต่ความเก่งที่แท้จริงจะต้องมีความสมดุล สมดุลที่ว่า คือการต้องมีทั้งความรู้และคุณธรรม มีอัจฉริยภาพไปพร้อม ๆ กับสุขภาพกายและสุขภาพใจที่แข็งแรง พร้อมรับกับความกดดัน ความผิดหวัง ความไม่สำเร็จต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตของเรา ความสมดุลนี้เองจะเป็นรากฐานที่สำคัญที่จะทำให้ชีวิตของเรามีทั้งความหมายและมีทั้งความสุข ความหมายก็คือ เราต้องคิดและทำให้มากกว่าสิ่งที่เป็นของตนเอง ซึ่งสุดท้ายแล้วจะนำมาซึ่งความสุขของน้อง ๆ
ยิ่งเรามีความรู้สูงเท่าไหร่ เรายิ่งต้องรู้จักถ่อมตนให้มากเท่านั้น ความอ่อนน้อม ไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นความละมุนในการแสดงออก เป็นการให้เกียรติผู้อื่น พร้อมที่จะรับฟัง เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ คนที่อ่อนน้อมคือคนที่มีเสน่ห์ และสามารถสร้างความร่วมมือกับผู้อื่นได้ในทุกสถานการณ์ พร้อมที่จะเป็นบุคคลที่โลกปรารถนา
เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาที่นี่ไม่ใช่เป็นความสำเร็จเพื่อตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ก็คือการเตรียมตัวเองให้พร้อมที่จะอุทิศตนเพื่อแก้ปัญหาที่สำคัญของประเทศและของส่วนรวม เกียรติยศที่แท้จริงไม่ได้วัดที่ชื่อเสียง แต่อยู่ที่ว่าเราใช้ศักยภาพ อัจฉริยะที่เรามี ไปทำให้ชีวิตของผู้อื่นได้ดีขึ้นด้วย ขอให้พวกเราก้าวออกไปอย่างสง่างาม ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง ด้วยจิตใจที่งดงาม เป็นความภูมิใจของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ และเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าที่ประเทศกำลังรอคอย ขอแสดงความยินดีอีกครั้งกับ MWIT Alumni ล่าสุดทุกคน ที่นี่คือบ้านและยินดีที่จะต้อนรับน้อง ๆ เสมอ ขอให้ทุกคนโชคดีครับ”
ในช่วงท้ายของพิธี นักเรียนได้ร่วมกันกล่าวปฏิญาณตนและขับร้องเพลงมาร์ชโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์เป็นครั้งสุดท้าย สะท้อนถึงความผูกพันและอัตลักษณ์ร่วมในฐานะ “ชาว MWIT” อย่างเต็มภาคภูมิ ก่อนเข้ารับเข็มนักเรียนเก่าจากสมาคมนักเรียนเก่า และร่วมบันทึกภาพแห่งความทรงจำร่วมกับผู้บริหารและคณะครูที่ปรึกษา ปิดฉากพิธีด้วยความประทับใจ และความพร้อมในการก้าวสู่บทบาทใหม่ในอนาคตอย่างสง่างาม
ศูนย์พัฒนาสื่อดิจิทัล (ภาพ/สรุป)










































