ประวัติความเป็นมาของสวน

ชาวฝรั่งเศสมีคำพังเพยบทหนึ่งว่า หากใครต้องการมีความสุขถาวร ก็จงทำสวน คนที่ชอบทำสวนหลายคนคงเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ เพราะรู้ดีว่าเวลาเมล็ดพืชเล็กๆ งอก หรือเวลาต้นพืชแตกดอกแล้วออกผล ตนมีความรู้สึกเช่นไร ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจที่คน หลายคนนิยมทำสวนเป็นงานอดิเรก โดยปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ในกระถางหรือในขวด เป็นสวนขวด หรือเลี้ยงต้นไม้ในถาดเป็นบอนไซ หรือมีพื้นที่นอกบ้านมากก็ทำเป็นสวนครัว

อนึ่ง เวลาที่จะทำสวนในบ้าน ไม่จำเป็นต้องคอยฤกษ์ยามหรือฤดู เพราะเรามีต้นไม้หลายชนิดที่สามารถออกดอกได้ตลอดปี และถ้าบ้านมี แสงแดดเพียงพอหรือลมโชยพอสมควร และเรามีเวลาดูแลต้นไม้บ้าง ความสุขเล็กๆ ก็เป็นเรื่องที่เราสามารถมีได้โดยไม่ต้องแสวงหา จากที่ไกล

นักมานุษยวิทยามีความใคร่รู้ว่ามนุษย์เริ่มรู้จักทำสวนเป็นครั้งแรกเมื่อใด ที่ใดและด้วยเหตุผลใด

หากเราเป็นคริสต์ศาสนิกชน เราก็คงเชื่อตามคัมภีร์ไบเบิลว่า พระเจ้าทรงสร้างสวน Eden ให้ Adam ดูแลรักษา

แต่นักประวัติศาสตร์ส่วนมากมีหลักฐานที่ทำให้เราเชื่อว่า ชนเผ่า Sumerian และ Akkadian ที่เคยตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดน Mesopotamia ระหว่างแม่น้ำ Tigris และ Euphratis ในอิรัก เมื่อประมาณ 4,000 ปีก่อนนี้ เป็นมนุษย์เผ่าแรกที่รู้จักทำสวน เพราะได้ขุดพบวัสดุสวนหลายชิ้นที่พระราชวังของกษัตริย์ Assyrian ซึ่งแสดงให้เห็นว่า กษัตริย์และผู้ทรงอำนาจนิยมมีสวนส่วนตัว เพื่อเป็นสถานที่พักผ่อน เป็นสัญลักษณ์แสดงการมีบารมี และเพื่อสนองความอยากรู้อยากเห็นธรรมชาติของตน เพราะบุคคลดังกล่าวนี้ ได้มุ่งเก็บรวบรวมพืชพันธุ์ธัญญาหารนานาชนิด จากดินแดนที่ห่างไกลหรือคัดเลือกจากบรรณาการที่บรรดาเมืองขึ้นต่างๆ นำมาถวาย เพื่อนำมาปลูกในสวนของตน และก็ได้รู้สึกภาคภูมิใจในสวนที่ตนมีจนถึงกับต้องจ้างคนดูสวนของตนให้อยู่ในสภาพดีเช่น กษัตริย์ Ceshurnasispal ที่ 3 แห่ง Assyria ได้เคยทรงกล่าวว่า ขณะพระองค์เสด็จประพาสต้น หากพระองค์ทรงเห็นต้นไม้หรือผลไม้ ทรงแปลก พระองค์ก็จะทรงเก็บมาปลูกในสวนของพระองค์ เป็นต้น การติดต่อค้าขายระหว่างชาว Sumerian กับชาวอียิปต์ได้ทำให้ คนอียิปต์รู้จักทำสวนในเวลาต่อมา

ภาพวาดที่ปรากฏตามผนังของพีระมิดในอียิปต์ เมื่อ 3,500 ปีก่อน บางภาพแสดงให้เห็นปลา เป็ดและห่านว่ายน้ำอยู่ในสระที่มีดอกบัว และต้นอ้อ papyrus ที่ใช้ทำกระดาษขึ้นอยู่เต็ม และที่ริมฝั่งมีภาพของต้นมะเดื่อ ปาล์ม อินทผลัม และต้นองุ่นขึ้นมากมายด้วย ซึ่งภาพ เหล่านี้แสดงสวนของฟาโรห์ในสมัยนั้น และที่ผนังของวิหารแห่งเมือง Thebes ก็มีภาพของพระราชินี Hatshepsuit แห่งอียิปต์ เมื่อ 3,450 ปีก่อน ที่ได้ทรงดำรินำต้น myrsh ที่ยาวของมันมีรสฝาด ซึ่งสามารถใช้ระบายท้อง บ้วนปาก และทำมัมมีมาปลูกในสวนของ พระนาง เพราะการสั่งซื้อยางของต้นไม้ชนิดนี้จากแอฟริกาใต้ต้องเสียเงินมาก และต้องคอยนาน

แม้แต่ฟาโรห์ Rameses ผู้ยิ่งใหญ่ก็เคยอ้างว่า ได้นำดอกไม้ 19 ล้านดอกมาถวายเป็นเทพบูชาในวิหารจากสวนของพระองค์ และ ตามเสาหินสูงในวิหาร พระองค์ก็ทรงโปรดให้ช่างแกะสลักรูปดอกบัว ใบต้นอ้อ และใบปาล์มอินทผาลัมที่พระองค์ทรงนิยมปลูกในสวน ของพระองค์ด้วย

จึงนับว่าคนอียิปต์นั้น ได้เริ่มประเพณีการวาดรูปสวนตามพื้นและตามผนังในบ้าน ซึ่งประเพณีนี้ชาวโรมันได้นำมาปฏิบัติตาม ดังจะเห็น ได้จากหลักฐานที่ขุดพบในนคร Pompeu ที่ถูกภูเขาไฟ Visuvius ผ่านลาวาถล่มทับอย่างสนิทสมบูรณ์ เมื่อ 2,000 ปีมาแล้ว และการ ตกแต่งผนังเช่นนี้ คือต้นกำเนิดของการทำ wallpaper บุผนังในปัจจุบัน

ตำนานสวนลอยแห่ง Babylon ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์สิ่งหนึ่งในโลกโบราณที่นักโบราณคดีหลายคนคิดว่า กษัตริย์ Nebuchadnezzer ทรงสร้างขึ้น เมื่อ 2,600 ปีมาแล้ว แต่ข้อมูลที่ปรากฏทุกวันนี้แสดงให้เห็นว่า มันคือสวนที่กษัตริย์ Sennacherib ทรงสร้างขึ้น ซึ่งความสวยงามของสวนนี้ได้ทำให้ผู้คนในสมัยนั้นชื่นชม และเมื่อถึงยุคของพระราชนัดดาผู้มีนามว่า Ashurbanipal การบุกรุก อียิปต์ของ Ashurbanipal ได้ทำให้ชนชาวอียิปต์และ Assyria รู้จักวิธีทำสวนของกันและกัน แต่เมื่อดินแดน Mesopotamia ประสบความแห้งแล้งมากขึ้นๆ การทำสวนบนหอคอย บนอาคารสูงๆ ก็มีปัญหามากขึ้นๆ Strabo และ Diodorus นักประวัติศาสตร์ ชาติกรีก ได้เคยรายงานการเห็นสวนลอยมากมายในกรุง Babylon ก่อนเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ทำให้สวนลอยเหล่านั้นพังทลาย และเมื่อกษัตริย์ Medes บุกรุกยึดนคร Nineveh แห่งอาณาจักร Assyria ได้สำเร็จ พระองค์ก็ได้ทรงทำลายสวนลอยแห่งอาณาจักรนี้ จนราบเรียบ

เมื่อจักรวรรดิเปอร์เซียเรืองอำนาจในอีก 300 ปีต่อมา สุลต่านแห่งเปอร์เซียได้บุกรุกดินแดนของอียิปต์ และ Mesopotamia เพราะ สุลต่านแห่งเปอร์เซียนิยมการเก็บสะสมต้นไม้รูปทรงแปลกๆ พระองค์ได้ทรงจัดสร้างสวนอย่างเป็นระเบียบมากขึ้น โดยได้ออกแบบให้มี รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมีกำแพงสูงกั้นโดยรอบ นอกจากนี้พื้นที่สวนภายในยังถูกแบ่งออกเป็นสี่ส่วนเท่าๆ กัน โดยมีคลองระบายน้ำ เล็กๆ คั่นกลาง สวนเปอร์เซียที่สวยงามนี้มีชื่อเรียกในภาษาเปอร์เซียว่า pairi-daeza ซึ่งแปลว่า สวนพระองค์และคนเปอร์เซียถือกันว่า อาชีพเกษตรเป็นอาชีพของกษัตริย์

การติดต่อค้าขายระหว่างคนเปอร์เซียและคนอียิปต์ ได้ทำให้คนเปอร์เซียเห็นประเพณีการวาดรูปตามพื้น ตามผนังบ้าน คนเปอร์เซียจึงได้ คัดลอกวิธีกรรมนี้ แต่ได้ปรับให้เข้ากับสภาพความเป็นอยู่ของตน เพราะเหตุว่าในเปอร์เซียนั้นอากาศหนาว ดังนั้น พื้นห้องจึงเย็น คนเปอร์เซียจึงทอพรมปูพื้นและแขวนประดับตามกำแพง โดยทอให้มีลวดลายเป็นสวน เป็นดอกไม้ เพื่อทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกอบอุ่น

เมื่อจักรพรรดิ Alexander มหาราชทรงบุกรุกอาณาจักรเปอร์เซีย เมื่อ 2,330 ปีก่อน พระองค์ได้ทรงทอดพระเนตรเห็นสวนเปอร์เซีย ที่สวยงาม จึงทรงสนับสนุนให้มีการทะนุบำรุงสวน พร้อมกันนั้นก็ได้ทรงขนพืชและสัตว์บางชนิดนำกลับมาปลูกและเลี้ยงในอาณาจักร Mecedonia ของพระองค์ด้วย

ส่วนในอินเดียก็มีตำนานเล่าว่า พระเจ้าสิทธัตถะทรงประสูติใต้ต้นโพธิ์ (Ficus religiosa) ที่สวนลุมพินีวัน พุทธประวัติได้บันทึกว่า พระองค์ได้ทรงปฐมเทศนาที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้กรุงพาราณสี การเทศนาในป่าหรือในสวนทำให้เกิดความเชื่อว่า การที่จะสดับ ธรรมคำสอนให้เข้าใจซึ้งพุทธศาสนิกชนต้องฟังธรรมในท่ามกลางแมกไม้เช่นกัน และเมื่อพุทธศาสนาได้แพร่หลายเข้าสู่ประเทศจีน Marco Polo ผู้ได้ไปเยือนจีน ในปี พ.ศ. 1815-1836 ก็ได้รายงานว่าเห็นสวนของจักรพรรดิ Kublai Khan ที่เมือง Xanadu และ Cambaluc และเขาก็รู้สึกทึ่งในความสวยงามของสวนดังกล่าวมาก

การไม่มีพื้นที่ทำสวนสำหรับประชาชนทุกคน ได้ทำให้คนจีนที่มีฐานะยากจนพยายามทำสวนเล็กๆ ของตนบนจาน หรือชาม หรือหม้อ โดยได้นำต้นไม้มาปักปลูกบนถาดแล้วจัดแต่งเป็นสวนถาด ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่าบอนไซ (bonsai) ได้เกิดขึ้นในประเทศจีนก่อน แล้วจึงแพร่หลายสู่ประเทศญี่ปุ่นในเวลาต่อมา

ส่วนในยุโรปกิจกรรมสวนได้เจริญรุ่งเรืองสุดๆ ในยุค Renaissance เมื่อพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ทรงสร้างสวนโรมันที่เมือง Versailles ตามการออกแบบของ Varro Columella และ Cato ผู้เป็นชาวสวนที่มีชื่อเสียงชาวอิตาเลียน

และเมื่อนายพล Cortes แห่งสเปนพิชิต Mexico ท่านนายพลก็ได้พบว่า ชนเผ่า Aztec รู้จักทำสวนเช่นกัน และสวนของชนเผ่านี้ สวยงามยิ่งกว่าสวนของชาวยุโรปมาก แต่ก็ได้ให้ทหารสเปนทำลายสวนเหล่านั้นจนหมดสิ้น

จากประวัติศาสตร์ที่กล่าวมานี้ เราจึงเห็นได้ว่า มนุษย์ได้รู้จักทำสวนมานานนับพันปีแล้ว ทั้งนี้เพราะมนุษย์ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติ ต้องการสัมผัสความสวยงามของต้นไม้ ดอกไม้ และต้องการปรับปรุงธรรมชาติของต้นไม้หรือดอกไม้เหล่านั้นให้ดีขึ้น เพื่อมนุษย์จะได้มี ความสุขยิ่งขึ้นครับ


February 26, 2002